0


EXCLUSIVE AUTHORIZED DISTRIBUTOR IN THAILAND










Running is Life.

จุดเริ่มต้น


จุดเริ่มต้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว จากผู้ชายวัยทำงานอ้วนๆคนนึง ที่ไม่เคยชอบวิ่งมาก่อนเลยในชีวิต ตอนเด็กๆ ตกพละ


ในขณะที่ได้แต่มองเพื่อนในวัยเดียวกันเข้ายิมเพาะกล้าม เริ่มสำรวจสุขภาพตัวเองจากห่วงยางรอบเอวที่ยื่นออกมาทุกวัน ตัดสินใจปฎิวัติรูปร่าง ด้วยการทำสิ่งที่คนในวัยเดียวกันยังไม่นิยมทำกัน และเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดที่สุด นั่นคือการออกไป "วิ่ง"


ใส่ชุดนอน สวมรองเท้า แล้วออกไปวิ่ง แต่ของแถมที่ได้กลับมาคู่กับสุขภาพและเอนโดฟิน คืออาการบาดเจ็บต่างๆ ทั้งๆที่ยังวิ่งไปไม่ถึงไหน


กลับมาทำการบ้าน วิ่งยังไงไม่ให้เจ็บ เริ่มหาข้อมูลในอินเตอร์เนท จนไปสะดุดเจอบทความและงานวิจัยชิ้นนึง ที่พูดเกี่ยวกับการ "วิ่งเท้าเปล่า"


รู้สึก "สะดุดใจ" ยังไงบอกไม่ถูก ได้แต่ก้มมองรองเท้าวิ่งตัวเอง(ในตอนนั้น) แล้วรู้สึกว่า "ถ้าถอดได้ จะวิ่งดีกว่านี้"


ตัดสินใจ ออกวิ่งอีกครั้ง แต่คราวนี้ ถอดรองเท้าวิ่งดู ผลปรากฎ อาการบาดเจ็บหลังวิ่งเป็นศูนย์ รู้สึกได้ว่า ท่าวิ่งเปลี่ยนไปอย่างมีนัย


จากสุขภาพ เริ่มเป็นการท้าทายตัวเอง ด้วยการวิ่งเท้าเปล่าได้ไกลสุดถึงระยะฮาฟท์มาราธอน (21k) แต่พบว่า การวิ่งเท้าเปล่าๆ ยังไม่ตอบโจทย์การวิ่งระยะไกล มนุษย์(ยุคใหม่) ยังต้องการรองเท้า แต่รองเท้าวิ่งต่างหาก เป็นโจทย์ ที่ยังไม่มีคำตอบ


กลับมาศึกษาข้อมูลมากขึ้น เริ่มเสาะหารองเท้าวิ่งทางเลือก ที่จะทำให้เรา ใส่วิ่งแล้ว ท่าวิ่งเราเป็นธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนไปจากตอนถอดรองเท้าวิ่ง - "ไม่ใช่การถอดรองเท้าวิ่ง แต่วิ่งให้เหมือนถอดรองเท้า" - จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจใหญ่ๆ ใหญ่จนล้น ล้นจนต้องมาเปิดเพจ วิ่ง ตีน เปล่า เขียนเล่าให้คนอื่นอ่าน เพราะคิดว่าอีกหลายคนคงยังไม่รู้ หลายคนวิ่งแล้วเจ็บ หลายคนเจ็บแล้วก็เลิกวิ่งไป โทษตัวเอง โทษการวิ่ง ว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อหัวเข่า


6 ปีผ่านไป เริ่ม "วิ่ง" ตั้งแต่ในยุคที่สวนสาธารณะ 6 โมงเช้าวันอาทิตย์ ยังไม่มีคนในวัยเดียวกันให้เห็นซักคน เริ่มวิ่งเท้าเปล่า ก่อตั้งเพจ ให้ความรู้ เป็นตัวแทนรองเท้าวิ่งที่คิดว่าใช่ และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้เองแล้วคิดว่าโดน ...


จนถึงวันนี้ ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้เหมือนกันครับ


การเปลี่ยนแปลง


จากวันนั้นถึงวันนี้ แนวคิดเรื่องการวิ่งก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไป ประโยคที่พูดออกมาดังๆ ตอนตัวเองกำลังวิ่งเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ก็ยังคงเหมือนเดิม - "ไม่ใช่การถอดรองเท้าวิ่ง แต่วิ่งให้เหมือนถอดรองเท้า"


สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาโดยตลอดคือ การหาสินค้าอุปกรณ์วิ่งทางเลือก ที่ตัวเองใช้เอง แล้วคิดว่าดี คิดว่าโดน เข้ามาจำหน่ายให้เพื่อนๆนักวิ่งคนไทย แต่ด้วยสไตล์ส่วนตัว ที่ไม่ชอบทำอะไรหลบๆซ่อนๆ ทำอะไรทีเล่นทีจริงก็ไม่เป็น เลยขอเป็นตัวแทนจำหน่ายมันอย่างถูกต้องมันทุกแบรนด์เลย (ตัวแทนนำเข้าอย่างเป็นทางการ) และนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (เสียภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มทุกบาททุกสตางค์) ไม่ใข่แม่ค้าหิ้ว


สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ จากคอมมูนิตี้ กลายเป็นบริษัทที่มีสังกัดชัดเจน


จาก "Run Foot Bare"

เปลี่ยนเป็น "RNG SPORT"


RNG SPORT จะกลายเป็นตัวแทนของนักวิ่งไทย หาอุปกรณ์วิ่งทางเลือก (ที่ดีกว่า) มาให้นักวิ่งไทยได้ใช้กัน


ส่วน “วิ่ง ตีน เปล่า” ยังตั้งใจให้ข้อมูลและความรู้ในเรื่องวิ่งผ่านบทความ จากประสบการณ์วิ่งลองผิดลองถูกส่วนตัวของแอดมินเอง (ไม่ใช่การแชร์จากแหล่งอื่น) ดังเช่นที่เคยทำมาตลอด 6 ปี


new name same spirit

แมัชื่อจะใหม่ แต่ใจเหมือนเดิม


แอดมินตูน

25.Sep.2018